ฉัน

posted on 22 Sep 2012 04:50 by groundfloor
ฉันส่องกระจก 
สิ่งที่ฉันมองเห็น คือมนุษย์หญิงแสนอัปลักษณ์
ผู้มีดวงตาปูดโปนแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือด
มีตาดำที่หรี่เล็ก ดูไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลย
จมูกยื่นยาว คดงอบิดเบี้ยว แต่กลับมีรูจมูกบานออกเผยอเยิบยาบน่ารังเกียจ
ปากเล็ก แต่ริวฝีปากหนา ห้อย ยาน อุบาทย์ที่สุด
 
ฉันจ้องมองภาพของตัวฉันเองด้วยดวงตาแสนพิกลพิการอัปลักษณ์ของฉัน
ดวงตาของฉันมีน้ำตาสีแดงคลอเบ้า
ริมฝีปากสั่นระริกรุนแรงจนมันส่ายไปมาด้วยแรงสะอื้น
รูจมูกกระพือพึบพับด้วยลมหายใจแห่งความเศร้าหมอง ไร้สาเหตุ
ภาพที่ฉันเห็นในกระจกบานนี้ ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าฉัน
มันช่างแสนอัปลักษณ์ ทุเรศทุรัง น่ารังเกียจเสียเหลือเกิน
 
นี่มันคือฉันจริงๆหรือ?
 
ฉันทดลองหรี่ตาทีละข้าง อ้าปาก หุบปาก
ส่ายหน้าไปมา ยกมือขึ้นถูแก้มแรงๆ
ภาพในกระจกบานนี้ที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ก็ทำตามทุกอย่าง
ถ้ามันไม่ใช่ฉัน มันก็คงเป็นโคลนนิ่งที่แสนสมจริงแน่ๆ
 
แต่ฉันรู้ แม้ฉันจะไม่อยากรู้ก็ตาม ว่าภาพในกระจกนั้นมันคือฉัน
 
น่ารังเกียจเหลือเกิน
 
-----
 
อารมณ์ของฉันเหมือนถูกโยนลงไปในบ่อน้ำที่แสนมืดมิด
หากแต่บ้าคลั่ง กราดเกรี้ยว รุนแรง
เหมือนมหาสมุทรที่ถูกพายุสักร้อยลูกพัดกระหน่ำ เอามาจับยัดไว้ในก้นบ่อแคบๆ
มันพร้อมจะระเบิดออกมาจากบ่อน้ำเล็กๆทุกเมื่อ ไอ้ความโศกเศร้าที่แสนเกรี้ยวกราดนั้น
นั่นแหละคือที่ๆอารมณ์ของฉันถูกโยนลงไป
 
ภายใต้ความคุ้มคลั่งในความรู้สึกเหล่านั้น
มันถูกฉาบไว้ด้วยเรือนกายแสนอัปลักษณ์ดังทั้ฉันได้บรรยายไปแล้ว
หญิงอัปลักษณ์ผู้มีรูปโฉมที่น่าสะพรึงกลัว และมีอารมณ์ที่น่าหวาดผวา
นั่นคือฉัน ฉันที่ฉันเห็นด้วยดวงตาแดงก่ำ
ผ่านกระจกที่ไม่โกหกฉันเลย กระจกที่สะท้อนเรื่องราวที่แสนจริง
 
มันคือฉันจริงๆสินะ
 
-----
 
ความบ้าคลั่งที่ถูกฉาบไว้ด้วยสิ่งเหล่านั้น
มันเริ่มปะทุออกมาเบาๆแล้วล่ะ
 
ฉันเริ่มต้นทุบกระจก ไอ้กระจกที่แสนซื่อสัตย์บานนี้นี่แหละ
ทุบมันเข้าไป ทุบมันด้วยกำปั้นเปลือยๆของฉัน
ภาพกำปั้นที่ประกอบไปด้วยอุ้งมือหยาบกระด้าง นิ้วทั้งห้าที่คดงอ
และปลายเล็บที่แสนสกปรก กระดำกระด่าง
 
ยิ่งภาพเหล่านั้นสะท้อนชัดขึ้นบนกระจกที่แสนซื่อสัตย์ สะท้อนชัดขึ้นมากเท่าไร
ความรุนแรงกราดเกรี้ยวในอารมณ์มันก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉันทุบมัน ทุบมัน ทุบมันเข้าไปอีก
จนฝ่ามือและกำปั้นของฉันเริ่มแตกออก
ผิวหนังของฉันเริ่มปริแยกออก เลือดของฉันไหลซึมออกมาบางๆ
มันยิ่งเพิ่มความอัปลักษณ์ของฉันมากยิ่งขึ้นไปอีก 
และฉันก็รับความอัปลักษณ์นั้นไม่ได้ มากขึ้นไปอีก
 
ฉันจึงทุบมัน แรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อยๆ
เสียงกำปั้นกระทบกระจกดังสนั่นในโสตประสาืท
กระจกยังไม่มีแม้แต่รอยร้าวเลย
แต่ฝ่ามือและกำปั้นของฉันแทบจะแตกออกเป็นเศษเนื้อแหลกเละ
ไม่ต่างอะไรกับซากเน่าของสัตว์นรกที่กำลังอาละวาด
 
ฉันยิ่งเห็น ยิ่งมองมัน ฉันก็ยิ่งรังเกียจ
และฉันก็ทุบมันแรงยิ่งขึ้นไปอีก
แล้วมันก็น่าหวาดผวาขยะแขยงมากขึ้นไปอีก
แล้วฉันก็ยิ่งกระแทกกำปั้นของฉันแรงขึ้นไปอีก
เป็นวงจรอุบาทว์ที่ฉันไม่อาจหนีพ้น ซ้ำไปซ้ำมา
 
น้ำตาสีแดงของฉันไหลนองไปจนแทบจะท่วมตาตุ่ม
มันคือน้ำตาที่กลั่นออกมาจากความรังเกียจที่แสนจริงจัง
 
รังเกียจตัวตนที่ฉันเป็น รังเกียจรูปลักษณ์ที่ฉันมี
รังเกียจความบ้าคลั่งและจิตใจที่ไม่สมประกอบของฉันเอง
 
...
 
ฉับทุบมันอย่างรุนแรงและยาวนาน
จนกระดูกของฉันแตกหัก และทิ่มิออกมาสูดอากาศภายนอกแล้ว
ฉันเจ็บปวด เจ็บปวดจนไม่อาจอธิบายด้วยภาษามนุษย์อีกต่อไป
แต่ฉันยังไม่สามารถหยุดพยายามที่จะทำลายภาพของฉันที่ปรากฏบนกระจกนั้นออกไปได้
ไอ้กระจกที่แสนซื่อสัตย์บานนี้มันก็แสนแข็งแรงเหลือเกิน
 
จนกระทั่งฝ่ามือและกำปั้นทั้งสองของฉันแหละเลยหลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว
มันก็ยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
จนกระทั้งฉันโขกศรีษะตัวเองไปที่ไอ้กระจกซื่อสัตย์เฮงซวยนั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพราะไม่เหลือ แม้แต่มือจะปิดป้องภายเหล่านี้ออกไปจากดวงตา
มันก็ยังไม่มีแม้รอยเปื้อนจากเศษเนื้อและกระดูดของฉันเลยด้วยซ้ำ
จนกระทั้งศรีษะของฉันปริแยกออกเหมือนทับทิมสีแดงสดที่ถูกขว้างลงกับพื้นแล้วกระทืบซ้ำ
ไอ้กระจกอันแสนจริงที่สะท้อนภาพของฉันอย่างแสนซื่อสัตย์นั้นก็ยังไม่มี...
ไม่มีแม้กระทั่งรอยเลือดเปื้อนแม้แต่น้อย ไม่มีเลย
มันยังคงสะท้อนภาพของฉันอย่างแจ่มชัดที่สุด
ภาพความอัปลักษณ์ของฉัน ในทุกๆมิติของฉัน
 
ฉันหวาดกลัวปนขยะแขยงภาพของฉันเองเหลือเกิน
 
-----
 
รังเกียจ รังเกียจ และขยาดหวาดกลัว
 
กลัวฉันเอง กลัวตัวฉันเอง เกลียดชังตัวฉันเอง
ในทุกมิติที่ประกอบขึ้นมาเป็น "ฉัน"
และไม่ว่าฉันจะพยายามทำลายกระจกที่สะท้อนภาพแสนจริงนั่นมากเท่าไร
มันไม่เคยได้ผลเลยสักครั้ง
และแม้ฉันจะพยายามหลับตาเท่าไร มันก็ไม่เป็นผล
เพราะฉันไม่เหลือ แม้กระทั่งเปลือกตาให้ปิดลง
 
----
 
จนกระทั่งฉันใช้เศษกระดูกที่เคยเป็นนิ้่วของฉัน
เซาะเอาลูกนัยตาสีแดงก่ำนั่นออกมา
ทีละข้าง ...
 
เจ็บปวดแสนสาหัส
แต่คุ้มค่าเหลือเกิน
เพราะฉันจะไม่สามารถเห็นภาพตัวฉันเองที่แสนอัปลักษณ์ในทุกมิติของฉันได้อีกต่อไปแล้ว
 
-----
 
ฉันสงบลงได้สักพัก ด้วยความรู้สึกแสนจะสันติ
 
ฉันพลันจมูกของฉันได้กลิ่น
 
กลิ่นลมหายใจเน่าเหม็นของฉัน
กลิ่นคาวเลืิอดที่ชวนคลื่นเหียนเหลือเกิน
กลิ่นเหงือที่น่าสะอิดสะเอียนเกินกว่าจะจินตนาการ
กลิ่นของฉันเอง
 
...
 
ฉับพลัน หูของฉันได้ยิน
 
เสียงหัวใจที่เต้นอย่างรุนแรงบ้าคลั่งผิดเพี้ยนของฉัน
เสียงหายใจฟืดฟาดหยาบคายของฉัน
เสียงโครกครากของเครื่องในที่ทำงานอย่างคุ้มคลั่งของฉัน
เสียงของฉันเอง
 
...
 
ทั้งเสียง และกลิ่น 
น่ารังเกียจไม่แพ้ภาพของฉันเลย
 
....
 
...
...
...
...
...
..
 
.....
 
เวลาผ่านไม่ไม่นานนัก แต่ฉันเองก็ไม่แน่ใจหรือนะ ว่าไม่นานเท่าไหร่กันแน่
 
ฉันรู้ตัวอีกที
เศษเนื้อที่เคยเป็นจมูก
และเศษกระดูกที่เคยเป็นหู
ถูกฉันขยี้แหลกอยู่ในกำมือที่เละเทะเหลือเกิน
 
...
 
ฉันไม่เห็น ฉันไม่ได้ยิน ฉันไม่ได้กลิ่นอีกต่อไปแล้ว
 
...
 
แต่ฉันยังคง "รู้สึก"
รู้สึกรังเกียจตัวฉันเิองอยู่เหมือนเดิม
 
----
 
หรือมันจะถึงเวลาแล้ว ที่ฉันจะต้องเริ่มต้นควักหัวใจของฉันออกมา
แล้วไปโยนให้หนอนไช ให้เน่า ให้เฟะไปเลย
 
และฉันจะได้้ไม่รับรู้และรู้สึกถึงความน่ารังเกียจของตัวฉันเองอีกต่อไป
 
....
 
ถึงเวลาแล้วล่ะ
 
...
 
ว่าแล้ว ฉันก็เริ่มคิดหาทางควักหัวใจของฉันออกมา
โดยที่ไม่มีแม้แต่นิ้วมือเหลืออยู่
 
...
 
 
ฉันจะควักมันออกมาอย่างไรดี?
เพื่อที่แฉันไมได้ไม่รู้สึกรู้สาสิ่งใดอีกต่อไป
 
?? 
 
...
 
รังเกียจเหลือเกิน
 
.....
....
....
..
..
..
..
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
 
รังเกียจทุกๆอย่างที่ประกอบกันเป็น "ฉัน" เหลือเกิน
 
------------
 
 

edit @ 22 Sep 2012 05:29:23 by groundfloor

Comment

Comment:

Tweet

ควักหัวใจออกมา
เอาออกมาพิสูจน์
สอง ฮ่าๆๆ
big smile big smile big smile Hot! Hot! Hot!

#2 By Nirankas on 2012-09-22 22:05

เขียนเก่งจังค่ะ มองเห็นภาพเลยHot! Hot! Hot!

#1 By dowrun happy on 2012-09-22 18:28