หลังจากนอนมาราธอนมา20ชั่วโมงเต็ม ฉันตื่นขึ้นด้วยอาการงัวเงียสุดๆ ป่วยจะแย่อยู่แล้ว ฝนก็ยังไม่หยุดตกเสียที
...
ฉันฆ่าเวลารอเวลาง่วงครั้งต่อไปด้วยการนั่งๆนอนๆ เล่นเกมส์ดูซีรี่ไปเรื่อยเปื่อย
จมูกก็ตันเหลือเกิน ไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้น้ำมูกนี่มันถึงถูกผลิตขึ้นมามากมายได้ขนาดนี้
เคยได้ยินมาว่าเวลาจมูกตันๆแบบนี้ถ้ากินอาหารประเภทต้มร้อนๆ มีสมุนไพรพวกข่าตะไคร้ลอยกรุ่นๆ จะช่วยได้มาก ว่าแล้วก็เลยลองดู สารภาพตามตรงเลยนะคะว่าไม่เคยทำอาหารประเภทต้มยำมาก่อนเลยในชีวิต ปรกติจะเป็นคนไม่รักสุขภาพ คิดอะไรได้ก็ทอดน้ำมันไว้ก่อน ยังผลให้รูปร่างละม้ายคล้ายตุ่มมาจนถึงทุกวันนี้
มาดูกันว่าต้มไก่ไข่หวานหม้อระเบิดของฉันมันมายังไง ^^
 
เริ่มจากเปิดตู้เย็น เจอไก่่ไหว้เจ้าค้างคืนที่ไม่รู้ว่ามันนอนแอ้งแม้งอยู่ในช่องแข็งของตู้เย็นมาจตั้งแต่เมื่อไหร่ ตามด้วยเครื่องต้มยำแบบที่ขายมัดละ10บาท ที่จะเอาข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดมัดรวมกันไว้แล้วขายเป็นชุดๆนั่นแหละค่ะ มองหามะขามเปียดในตู้เย็นก็ไม่มี สงสัยจะหมด ไม่เป็นไร มะนาวมี ใช้ได้เหมือนกัน มีต้มยำก้อนของคนอซุกอยู่ในซอก ก็โอเค ผ่านแล้ว ทำต้มไก่กินกันดีกว่า
 
และแล้วบรรลัยก็เกิด!
 
เอาหม้อใบเล็กใส่น้ำ ขึ้นตั้งไฟ โยนคนอลงไป แล้วเผลอปิดฝาหม้อ ผลก็คือเปิดฝาหม้อไม่ออกค่ะ -*-
คิดเอาเองไงว่าถ้าตั้งไฟให้มันร้อน อากาศข้างในหม้อมันคงขยายตัวแล้วดันให้ฝาหม้อมันเปิดง่ายขึ้นมาเอง ก็เลยปล่อยเซอร์เลยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเอะใจอะไร เดินกลับไปปิดแก๊สแล้วปล่อยมันไว้อย่างงั้นแหละ เดี๋ยวค่อยหาวิธีต่อไปก็ได้ ว่าแล้วก็เอาตัวเองออกมาจากห้องครัวเพื่อไปเสิร์ชหาวิธีแก้ในกูเกิ้ล ผลก็คือ 
"หม้อระเบิด ดัง ปุ้ง!" และน้ำต้มคนอก็นองไปทั่วพื้นห้องครัว ....
(ความคิดจากสมองของคนป่วยเนีย มันมักจะเบลอๆเพ้อๆจนเชื่อไม่ได้เสมอ)
ค่อยๆเอาผ้าขี้ริ้วเช็ดพื้นไปเรื่อยๆ ล้างหม้อล้างเตาให้เรียบร้อย ทำไปน้ำตาไหลไป นี่ฉันซื่อบื้อขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย? แล้วทำไมคนป่วยอย่างฉันต้องมาหาเรื่องทำอะไรแบบนี้คนเดียวตอนเที่ยงคืนด้วย ซักผ้าขี้ริ้วไปสูดน้ำมูกไปสะอึกสะอื้นไป สมเพชตัวเองชะมัดเลย
แต่ช่างมันเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว หม้อมันก็เปิดออกได้เสียที ก็เลยเริ่มกระบวนการต้มน้ำใหม่ เหมือนเดิมแหละค่ะ ตั้งน้ำให้เดือด ใส่คนอต้มยำลงไป น้ำเดือดแล้วใส่ไก่ไหว้เจ้าที่หั่นเป็นชิ้นๆเรียบร้อยแล้ว เลือกเอาแต่เนื้อๆ เพราะเป็นคนไม่ชอบแทะกระดูก หั่นข่าตะไคร้เป็นท่อนๆใส่ลงไป ถ้านึกภาพไม่ออกว่าหั่นแบบไหนแนะนำให้เปิดกูเกิ้ล โยนมะเขือเทศหั่นสี่ลงไป ต้มต่อซักพัก แล้วชิม ปรากฏว่าลืมนึกถึงรสเผ็ดไปเสียสนิท ก็เลยทุบพริกขี้หนูใส่ลงไปสองเม็ด แล้วชิมใหม่ คราวนี้ใช้ได้เลย ^^
ถ้าชอบหวาน ปรุงให้หวานตามสะดวกด้วยน้ำตาลปึก ที่ใช้น้ำตาลปึกนี่มันไม่ได้เป็นสูตรอะไรหรอกนะคะ แต่เป็นคนที่ชอบความหวานของน้ำตาลปึกมาก สมัยเด็กๆชอบเอามีดตัดมันออกมาเป็นก้อนๆแล้วอมเล่นเป็นขนมเลย เหยาะน้ำปลาลงไป บีบมะนาวอีกซักซีก พอทุกอย่างลงตัวแล้วค่อยใส่ใบมะกรูด เพราะเข้าใจว่าถ้าใส่ลงไปก่อนแล้วสีมันจะไม่สวย
ชิมไปชิมมา เอาวะ รสนี้แหละที่ต้องการ สายตาดันไพล่ไปเห็นของเหลือบนโต๊ะ มีไข่หวานญี่ปุ่นกับต้มจืดใส่ปลาแซลม่อนที่แม่ทำไว้ตอนเย็น เสร็จฉันล่ะ เอาไข่หวานหั่นๆแล้วโยนลงหม้อ ตามด้วยแซลม่อนเหลือเดนอีกสองสามชิ้น แหม่ สวรรค์เลยทีนี้
ตักใส่ชามเตรียมกิน นั่งสูดควันกรุ่นๆหอมกลิ่นเครื่องเทศให้มันละลายไอ้ก้อนน้ำมูกทั้งหลายที่อุดจมูกอยู่ให้หมด นั่งซดน้ำต้มย้ำน้ำหูน้ำตาไหลอยู่คนเดียว ในสภาพป่วยๆ ใส่เสื้อแขนยาวสามตัวทับๆกัน (ป่วยขนาดนี้ทำไมไม่ไปหาหมอ!?~ มาทำกับข้าวกินทำไมดึกๆคนเดียว?!?!) เชื่อไหม ว่าก้อนขี้มูกที่มันตันอยู่ในจมูกพร้อมใจกันหายตัวไปหมดเลยล่ะ ^^ หายใจสะดวกขึ้นมากจนตกใจ
บางครั้งคนเราก็ต้องดูแลตัวเองด้วยวิธีบ้าๆบอๆแบบนี้บ้างแหละ ว่ามั๊ย ? จะรอให้ใครมาโอ๋เรา ปลอบโยนเราที่กำลังป่วย โอบกอดเราแล้วช่วยป้อนยาเรา ป้อนข้าวป้อนน้ำ มีอ้อมแขนอุ่นๆพร้อมแผงอกให้เราซุกอ้อนได้ตลอดเวลา มันก็เป็นไม่ได้ แม้ว่าเราจะต้องการมันแค่ไหนก็ตาม
บางทีฉันก็สมเพชตัวเองเหมือนกันว่าทำไมฉันถึงไม่มีใครให้อ้อนได้เลยนะ ทำไมฉันต้องมานั่งดูแลตัวเองด้วยวีธีประหลาดๆแบบนี้เสมอ ทำไมฉันไม่เห็นเหมือนเพื่อนๆฉันที่มีคนรัก มีพี่น้องพ่อแม่ให้อ้อนได้ตลอดเวลา แต่ช่างมันเถอะ คนเรามันโชคดีไม่เท่ากัน ผู้หญิงที่เหมือนส้วมสาธารณะอย่างฉันจึงต้องดูแลตัวเองอย่างนี้ต่อไปลำพังเหมือนที่ผ่านมา แค่มันไม่ชินเสียที ^^
ก็รักจะทำตัวเป็นของสาธารณะนี่ ก็ต้องทำใจว่าของสาธารณะน่ะ มันไม่มีใครอยากดูแลหรอก เหมือนส้วมสาธาณะที่ทุกคนพร้อมใจกันเข้าไปปลดทุกข์ในยามที่"ต้องการ" พอสบายตัวแล้วก็เดินจากไปโดยไม่เคยคิดแม้แต่จะหันกลับมามอง ทำใจดีกว่า บอกตัวเองว่าอย่าไปรอใครมาดูแลเลย รอไปให้ตายก็ไม่มีใครหันมา
 
  .....
 
ต้มไก่ไข่หวานแซลม่อนเหลือเดนหม้อระเบิดของฉันหมดลงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉันยกชามขึ้นซด เคี้ยวข่าเคี้ยวตะไคร้จนเหลือแต่ซาก จัดการเก็บกวาดครัวให้เอี่ยมเหมือนเดิม กินยา แล้วคลานขึ้นไปบนเตียงนอน ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดิม และพยายามหลับตา.......
 
----------------
 
หวังว่าเมื่อฉันตื่นมา ฉันจะสบายดีแล้วไม่คิดจะเพ้อคนเดียวในห้องครัวแบบนี้อีก ^^
 
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

edit @ 21 Sep 2012 01:55:37 by groundfloor

Comment

Comment:

Tweet

หายไวๆ น่ะค่ะ
ช่วงนี้ต้องดูแลสุขภาพมากๆ ค่ะ

#2 By dowrun happy on 2012-09-21 13:18

น่าสงสารจัง
หายดีไวๆนะ
สู้สู้
Hot!

#1 By Nirankas on 2012-09-21 07:45