ตอนนี้ดิชั้นเชื่อว่ารักมีจริง  แต่อาจไม่ใช่รูปแบบของความรักโรแมนติกหวานแหววนะคะ

เพราะอะไรน่ะหรือ

ไม่ใช่ว่าดิชั้นเกิดตกหลุมรักอินลิฟอะไรหรอกนะ

แต่มาลองคิดดีๆแล้ว

ที่ดิชั้นเคยบอกว่าความรักคือความเห็นแก่ตัวน่ะ

จริงๆแล้วมันก็ใช่

แต่เราเรียกความเห็นแก่ตัวในรูปแบบนั้นว่าความรัก

อย่างไรน่ะหรือ

สมมุตว่าเรารักคนๆหนึ่ง

นั่นหมายความว่า หากเราอยากให้เค้าอยู่ด้วย

ต้องการให้เค้าเป็นในสิ่งที่เราต้องการ

ต้องการต่างๆนาๆ

นั่นคือความเห็นแก่ตัวในแบบที่เราต้องการอะไรที่เค้าอาจไม่ได้ต้องการตรงกับเรา

และเมื่อมันไม่ตรงกัน ก็เกิดการขัดแย้งกัน

อย่างเช่น เราอยากคุยโทรศัพท์กับเค้าทุกวันวันละครึ่งชั่วโมง

แต่เค้าไม่ต้องการ

และเราก็มีปัญหากัน

นั่นเท่ากับว่าความเห็นแก่ตัวที่ราเรียกว่าความรักมันทำพิษซะนั่นแหละค่ะ

เรามาว่ากันถึงคำว่าเห็นแก่ตัวกันก่อนดีกว่า

จะได้เข้าใจทั่วกัน

เราสามารถตีความได้ว่าความเฆ้นแก่ตัวอาจเป็นการต้องการอะไรบางอย่าง

ที่เค้าอาจไม่ต้องการจะให้สิ่งนั้นกับเรา

แต่เราก็ยังพยายามะเรียกร้องหรือพยายามที่จะต้องการอยู่ต่อไปอย่างนั้น

นั่นคือความเห้นแก่ตัวใความหมายของดิชั้น

 ยกตัวอย่างเช่น

เมื่อเราต้องการเวลาที่จะอยู่กับคนรัก อาจจะเพื่อ

ปรับความเข้าใจกัน หรือประกอบกิจกรรมอะไรบางอย่าง

แล้วเค้าไม่ต้องการที่จะให้เวลานั้นๆกับเรา

นั่นเท่ากับเราเห้นแก่ตัวแล้ว เพราะเราเรียกร้องสิ่งที่เค้าอาจไม่ต้องการให้เรา

มันจะมีอีกกรณีหนึ่งที่ว่า

ความรักคือการเสียสละ

โถๆๆ การเสียสละมันก็คือรูปแบบหนึ่งของการเห็นแก่ตัวนั่นแหละ

ยกตัวอย่างเช่น หากเราสามารถเสียสละเงินทอง เวลา หรือแม้แต่พรมจรรย์ให้กับคนรัก

โดนคนรักอาจเรียกร้องหรือไม่ก็ตาม

นั่นเท่ากับเราเองก็อาจกำลังยัดเยียดสิ่งที่เค้าอาจไม่ต้องการให้เค้าก็ได้

รู้ได้อย่างไรว่าเค้าไม่ต้องการ

รู้หรือไม่ ว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่สามารถแสดงออกไม่ตรงกับสิ่งที่คิดหรือรู้สึก

เพราะฉะนั้น ตัวของคนรักเองอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนต้องการสิ่งเหล่านั้นจริงหรือเปล่า

เค้าอาจยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้นเราจะสามารถตัดสินได้อย่างไรว่านั่นคือสิ่งที่เค้าต้องการจริงๆ

เห้นมั๊ย ความเสียสละอาจสามารถกลายเป็นความเฆ็นแก่ตัวได้เช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้น ความเห้นแก่ตว คล้ายกับความเสียสละ

ดังนั้น รักในความหมายที่ดิชั้นกำลังกล่าวถึง

คือความเสียสละในบางรูปแบบ

หรือความเห็นแก่ตัวในบางรูปแบบเช่นเดียวกัน

จริงหรือไม่ ใครหรือจะรู้

ดิชั้นขอสรุปแบบง่ายๆว่า

ความรักอาจเป็นการเห็นแก่และในขณะเดียวกันก็อาจเป็นการเสียสละ(ที่คล้ายกับการเห็นแก่ตัวเสียเหลือเกิน)ได้เช่นเดียวกัน

งั้นความรักที่แท้จริงคืออะไรกันเล่า

ดิชั้นฝากให้พวกคุณที่เข้ามาอ่านในบล๊อคของดิชั้นกลับไปคิดต่อกันเอาเอง

จบ

-----------------------

ขอพูดนอกเรื่องนะคะ

บล๊อคของดิชั้น เป็บล๊อคที่ดิชั้นตั้งใจจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไปในการใช้ชีวิต

การเมือง ศาสนา และการคิดเชิงปรัชญา ซึ่งเรื่องที่ทำให้เกิดการกระทบกระทั้งทางความคิดมากที่สุด

ในทุกหวข้อของการเขียนบล๊อคของดิชั้น คือ การเขียนในหัวข้อที่ดิชั้นใช้วิธีการคิดเชิงปรัชญามาให้

นั่นเพราะพวกคุณที่อ่านและขัดแย้งกับกับความคิดของดิชั้นไม่เปิดใจให้กว้างพอ

แล้วพยายามที่จะหาเหตุผลมาบอกดิชั้นซึ่งอาจจะกำลังเข้าใจผิดในความคิดของพวกคุณให้เข้าใจถูก

หรือบางท่านอาจจะหาเหตุผลมาให้ได้ แต่ตามมาด้วยอารมท้าทายดิชั้น

เพราะดิชั้นได้ทำสิ่งที่เป็นการท้าทายความคิดของพวกคุณ

ดังนั้น ดิชั้นขอพูดตรงนี้เลยนะคะ

หากท่านผู้อ่านบล๊อคของดิชั้นท่านใดที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับดิชั้น

หากไม่อยากเก็บไว้คนเดียว ส่งอีเอ้มเอสหรือแสดงความคิดเห้นของพวกท่านได้ในบล๊อคของดิชั้นได้เลย

ดิชั้นดีใจหากจะมีคนที่มีความคิดที่เป็นเหตุเป็นผล มาแส่งเหตุผลที่แตกต่างให้กับดิชั้นได้อ่านบ้าง

ดิชั้นคงดีใจมากหากพวกท่านเขียนเหตุผลหักล้างความคิดของดิชั้นได้โดยมีอารมมาเกี่ยวข้องให้น้อยที่สุด

เพราะมันจะทำให้ทั้งท่านและดิชั้นเกิดการคิดที่มีเหตุผลมากขึ้น

มันน่าจะเนเรื่องดีมิใช่หรือ

สิ่งที่เป็นการขัดต่อจารีตประเพณีหรือขัดกับสิ่งที่พวกท่านได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เกิดที่ดิชั้นเขียนลงในบล๊อคของดิชั้นนั้น

ดิชั้นเป็นคนตั้งคำถามเหล่านั้นขึ้นมาและคิดวิเคราะห์หาคำตอบออกมาในแบบที่ดิชั้นคิดว่ามันมีเหตุผลพอที่จะเขียนลงไปได้

แต่ไม่ใช่ว่าดิชั้นไม่พร้อมจะยอมรับแนวคิดของพวกท่านนะคะ

ดิชั้นมั่นใจว่าดิชั้นสามารถเปลี่ยนความคิดได้ หากพวกท่านใช้เหตุผลที่เป็นเหตุผลจริงๆ ไม่ใช่เหตุผลตามความรู้สึก มาถกเถียงกับดิชั้น

หากมันสามารถเป้นอย่างที่ดิชั้นเขียนลงไปได้ ดิชั้นคงดีใจมาก

ขอบคุณและขอโทษทุกท่านที่เข้ามาอ่านบล๊อคของดิชั้นและอาจไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายของดิชั้นดีพอ

และของคุณมากๆหากท่านได้อ่านบล๊อคหน้านี้ของดิชั้น

และแสดงความคิดเห้นที่เป็นเหตุเป็นผลให้ดิชั้นได้รับรู้เพิ่งขึ้น

ขอบคุณและขอโทษและของคุณที่ทนอ่านค่ะ

สวัสดี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

"ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้
ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว
ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด
แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น
และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ
และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง"

พระธรรม 1 โครินธ์ บทที่ 13 ข้อที่ 4

สำหรับผมแล้ว ความรัก คือ การที่เรา Focus ไปที่คนที่เรารัก และทำให้คนที่เรารักมีความสุข

เพราะผมมีความสุข เมื่อคนที่ผมรักมีความสุข

ผมจึงไม่คิดว่า ความรักนั้น จะต้องมีความเห็นแก่ตัว มาเกี่ยวข้องด้วย เพราะผมเชื่อว่า ถ้าวันใดที่เราต้องเห็นแก่ตัวแล้ว นั่นแปลว่า เรารักตัวเอง มากกว่าสิ่งใด

ซึ่งก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด...ที่จะรักตัวเอง

แต่ผมคิดว่า ตราบใดที่เรายังรักตัวเอง เกินกว่าที่จะเสียสละอะไรหลายๆอย่าง เพื่อคนที่เรารักได้แล้ว

ก็อยู่คนเดียวไปเถอะครับ...จะได้ไม่ต้องเจ็บช้ำน้ำใจกัน

แต่นั่นก็เป็นแค่ความรักในมุมของผมนะ

ดีมากเลยค่ะ ได้ข้อคิดเยอะ

#2 By +*+*~BuA~ *+*+ on 2009-05-13 12:58

นี่ กระทิงน้อย
ขุดหลุมดักหมีเหรอคะ
เดี๋ยวเจอหมีวิวัฒนาการ ตบกระเด็นมา
พี่อินทรีไม่รับเย็บนะคะ

ใครสงสัยเรื่องที่เราพูด หาอ่านได้จากตรงนี้ค่ะ
http://gotoknow.org/blog/ariyachon/130660

#3 By Simetra_Violet on 2009-05-13 15:59

ผมก็มองว่าความรักคือการเห็นแก่ตัว แต่เป็นการเห็นแก่ตัวที่สร้างความสุขให้แก่กันและกัน

#4 By ฟิวส์ on 2009-05-13 21:40