ความทรงจำที่เหมือนจะลางเลือน อากุ๊งผู้น่ารักที่สุดในโลก
posted on 22 Mar 2009 01:21 by groundfloorอีกสามชั่วโมงอิชั้นต้องอาบน้ำแปรงฟันเตรียมของแต่งตัวและอื่นๆอีกมากมาย
เพื่อไปไหว้อากุ๊งอาม่าที่สุสานบึงทอง บ้านบึง(ชลบุรี)
อาจจะงงๆว่าทำไมเรียกอากงว่าอากุ๊ง
ป่าป๊าอิชั้นเป็นคนจีนแคะ จีนแคะเป็นจีนที่อิชั้นไม่ค่อยจะเจอเท่าไหร่
ภาษาจีนแคะก็อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ เอาเป็นว่าบ้านอิชั้นเรียกอากงว่าอากุ๊งแล้วกัน
.......
ครบ14ปีแล้วที่อากุ๊งจากไปด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก
อิชั้นได้ไปอ่านบล๊อคของคุณ pikachan (ขออณุญาติเอามาแปะนะคะ ขอบอกว่าประทับใจมาก)
เค้าเขียนถึงอาม่าของเค้าได้ซึ่งมากจนอิชั้นนึกอิจฉาว่าทำไมอิชั้นถึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับอาม่าเลย
เพราะอาม่าอิชั้นเสียไปตอนที่อิชั้นอยู่ในท้องหม่าม๊าได้ไม่กี่เดือน แต่จากที่ป๊ากะม๊าเล่าให้ฟัง
รู้แค่ว่าอิชั้นหน้าเหมือนอาม่า ปากนิดเดียวแต่บ่นเก่งชะมัดเหมือนอาม่าเปี๊ยบ!!
ได้อ่านบล๊อคที่ว่ามาแล้วเลยคิดทบทวนความทรงจำถึงอากุ๊ง น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไป14ปีแล้ว แต่ทุกอย่างยังชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ประวัติไม่ย่อของอากุ๊งที่อิชั้นรู้ ถ้าขี้เกียจอ่านข้ามไปเลยเด้อ
อากุ๊งเป็นคนจีนแคะ(อยู่แถวๆกวางเจา ป๊าบอกว่าจีนแคะนี่คือพวกหลังเขา ซะงั้น!!)
โล้สำเภามาไทยพร้อมกะอาม่า ลงหลักปักฐานอยู่บ้านบึง ชลบุรี
อาแปะพี่ชายป๊าที่โล้สำเภามาพร้อมอากุ๊งอาม่าเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนอากุ๊งเป็นลูกคนมีเงิน
แต่ทำงานไม่เก่ง โดนโกงไปจนหมดตัวเลยต้องหนีความอดอยากมาอยู่เมืองไทย
กุ๊งเล่าให้ฟังว่าตอนกลับไปเยี่ยมบ้านที่จีน ไปเล่าให้ญาติทางนั้นฟังว่า
อยู่เมืองไทยได้กินข้าวต้มอย่างเดียวทุกมื้อเลย บางมื้อก็มีเต้าหู้ยี้ ผักดอง
ญาติๆอากุ๊งหัวเราะแทบกลิ้ง ไม่มีใครเชื่อเลยว่า
เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ขนาดเอาข้าวมาต้มอย่างเดียว ไม่ใส่เผือกใส่มันได้ยังไง? เปลืองข้าวแย่!
คิดว่าอากุ๊งคงหัวเราะอยู่ในใจ พวกลื้อไม่รู้จริงอย่ามาพูดน่า!
ตอนแรกอากุ๊งมาหาบของขายอยู่ที่บ้านบึงนี่แหละ ส่วนอาม่าไปเป็นแม่ครัวอยู่ที่สุสาน
ใครจะรู้ว่าสุดท้ายร่างของอาม่าก็ได้กลับไปนอนอยู่ที่เดิมที่อาม่าเคยเป็นแม่ครัวอยู่
ป๊ากับอาแปะได้เรียนจนจบป.4 อากุ๊งอาม่าก็ไม่มีเงินส่งเรียน ป๊ากับแปะเลยมาตายเอาดาบหน้าที่กรุงเทพ
เล่าไปเล่ามาชักจะยาวเกินไป เอาเป็นว่าพอป๊ากับแปะพอตั้งตัวได้ แปะเปิดโรงกลึงเป็นของตัวเองแล้วก็ชวนให้กุ๊งกะม่ามาอยุ่ด้วยกันที่กรุงเทพ
จนพอป๊าเปิดร้านขายอะไหล่เป็นของตัวเองได้ อากุ๊งอาม่าก็เลยมาอยุ่กับป๊า เพราะแฟนอาแปะเคี่ยวมากกก อยู่กะป๊าดีกว่า
.....
ม๊าเล่าให้ฟังว่าก่อนอาม่าจะเสียด้วยโรคเบาหวาน (อาม่าเป็นแผลแล้วร้สึกว่าจะเพราะเป็นโรคเบาหวาน แผลเลยติดเชื้อ+ลาม)
อาม่าให้กำไลหยกที่อาม่าเก็บไว้อย่างดีเป็นของมีค่าที่สุดที่อาม่ารักและหวงมากกับหม่าม๊า
เหมือนในนิยายเลยตรงที่ว่าอาม่าไม่ชอบคนไทย ไม่พอใจสะใภ้ไทย แต่สุดท้ายความดีก็เอาชนะซะอย่างนั้น
หลงจากนั้นไม่นาน อิชั้นก็อุแว้ออกมา และแล้ว.....
ความทรงจำของหลานคนนี้กับอากุ๊งก็เริ่มขึ้น
พออิชั้นลืมตาดูโลก นอกจาป๊ากับม๊าแล้ว ก็มีอากุ๊งนี่แหละที่ขยันพาอิชั้นกับเจ๊กะเฮียไปเที่ยว
จำได้ว่าอากุ๊งฟังไทยได้ แต่ไม่พูด(คล้ายๆกับอาม่าคุณpikachanเลย) เพราะพูดไทยแล้วฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
เวลาม๊าทำกับข้างเสร็จแล้วจะให้อิชั้นวิ่งต๊อกๆไปเรียกอากุ๊งมากินข้าว
"กุ๊ง ชิบผ่อน" สำเนียงจีนแคะแบบตามมีตามเกิดอิชั้นเรียกอากุ๊งกินข้าวได้ทู๊กกกกกวัน
เรียกเสร็จอากุ๊งจะพยักหน้า ไม่พูดอะไร แล้วลุกเดินไปนั่งแปะที่โต๊ะกินข้าว รอหม่าม๊าเสิร์ฟให้ถึงที่
เพราะป๊ากับม๊าที่เพิ่งเปิดร้านขายอะไหล่ได้แค่ไม่กี่ปี ก็ต้องลุกมาเปิดร้านแต่เช้า นอนดึกทุกวัน ไหนเลยจะต้องมาส่งลูกไปโรงเรียนตั้งสามคน
อากุ๊งที่อยู่บ้านเฉยๆก็เลยรับอาสาพาหลานๆไปโรงเรียนเองซะเลย!!! เรียนโรงเรียนเดียวกันหมดสามคนพี่น้องนีนา
อากุ๊งจะตื่นมาตั้งแต่ตี5 อาบน้ำแปรงฟัน แล้วก็ไหว้เจ้ารอจน6โมงกว่าๆ แล้วค่อยปลุกหลานๆ
ตื่นเช้ามา เจ๊กับเฮียที่อายุมากกว่าอิชั้น4ปี5ปีเค้าทำอะไรเองได้แล้ว อิชั้นไม่ใช่ค่ะ เพิ่ง3ขวบหมาดๆ
อากุ๊งจะเป็นคนอุ้มอิชั้นให้ล้างหน้าแปรงฟันที่อ่างล้างหน้าที่ซู้งสูงได้ง่ายๆ
เหมือนกับว่าอากุ๊งจะชอบหน้าที่อุ้มอิชั้นแปรงฟันมากๆ เพราะหม่าม๊าเคยซื้อเก้าอี้ต่อขามาให้อิชั้น
อากุ๊งเอาไปเก็บห้องเก็บของเลย ไม่ยอมค่ะ!! ไหงจะอุ้มอา"ลุกกุต๋า"เอง เดี๋ยวอีพลาดตกลงมาแข้งขาหักจะทำยังไง (ลุกกุต๋า = ตุ๊กตา ของอากุ๊ง) ......
หม่าม๊าก็เลยยอมให้หน้าที่นี้เป็นของอากุ๊งต่อไป
หลังจากนั้นหม่าม๊าจะมารับช่วงต่อ พออิชั้นไปอาบน้ำแต่งตัว ส่วนอากุ๊งก็ไปจัดการเจ๊กับเฮียต่อ
พอหลานๆลงมากินข้าวเช้าพร้อมอากุ๊ง อากุ๊งก็จะดูรายการเจ้าขุนทองพร้อมหลานๆจนจบ
แล้วก็จูงมือหลานๆเดินไปโรงเรียน พอถึงโรงเรียนอากุ๊งจะยืนรอจนครูมารับช่วงอิชั้นต่อ แล้วอากุ๊งถึงเดินกลับ
ส่วนเจ๊กับเฮียเรอะ ไม่รอล่ะ โตแล้ว!
เลิกเรียน อากุ๊งก็เดินมารีบหลานๆทั้งสามคนที่หน้าโรงเรียน พาหลานๆไปแวะซื้อขนมโตเกียวหน้าโรงเรียนก่อน
แล้วหลานๆก็จะเดินแทะขนมโตเกียวไป เดินไป จนถึงบ้าน
วันดีคืนดีเสาร์อาทิตย์ อากุ๊งก็จูงมือหลานๆทั้งสามคนไปเที่ยวเยาวราช
ซึ่งอากุ๊งก็ถือโอกาสแวะไปนั่งเสวนากับพรรคพวกด้วย แต่ก่อนที่อากุ๊งจะไปหาพรรคพวก อากุ๊งต้องผ่านภารกิจนี้ไปก่อน
นั่นคือภารกิจซื้อของเล่นให้หลานๆก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวหลานๆนั่งรออากุ๊งคุยนานๆไม่ได้นะ
มือช่วงนึงที่อาเฮียของอิชั้นอยากเลี้ยงปลากัด ตื๊อขอป๊ากะม๊าไม่ได้ ก็เลยมาตื๊อกับอากุ๊ง
อากุ๊งก็ใจดี จูงมืออิชั้นกับเฮีย(อิชั้นก็อยากเห็นเหมือนกันว่าปลากัดที่เฮียอยากได้หน้าตามันเป็นไง)
นั่งสามล้อไปเยาวราช เหมือนเดิม
จำไม่ได้แล้วว่าอากุ๊งเดินไปทางไหน รู้แต่ว่าซอกแซกสุดๆ ไปจ๊ะเอ๋กับประตูไม้เก่าๆเล็กๆบานหนึ่ง
เน้นว่าเจอแค่ประตูจริงๆ คือบ้านแคบเท่าประตูนั้นแหละ!
เคาะประตูซักแป๊บก็มีอากงรุ่นเดียวกะอากุ๊งเดินออกมา อากุ๊งก็สปี๊กไชนีสสองสามประโยค
แล้วอากงคนนั้นก็ผายมืออย่างใจดีเรียกให้อิชั้นกับเฮียเข้าไปในบ้านประตู้ไม้นั่น
ผนังด้านหนึ่งของบ้านเต็มไปด้วยขวดโหลใส่ปลากัดเรียงเป็นพรืด!!
แล้วอากุ๊งก็หันมาบอกกับเฮียเป็นภาษาไทยว่า อากงคนนี้เค้ายกให้ตัวนึง อยากได้ตัวไหนก็หยิบไปเลย!
ตอนนั้นยังเด็กอยู่ เลยไม่คิดอะไร แต่โตขึ้นมาเพิ่งคิดได้ว่า เฮ้ย อากุ๊งเรานี่กว้างขวางชะมัด
หลานอยากได้ปลากัดก็หาให้ได้ฟรีๆเลยเว๊ย สุดยอด!
มีช่วงนึงที่เฮียทะเลาะกับอากุ๊ง ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แล้วเฮียเถียงอากุ๊งจนอากุ๊งน้อยใจ
ป๊าเล่าให้ฟังว่าอากุ๊งร้องไห้... แล้วก็เก็บข้าวของย้ายไปอยู่บ้านอาแปะเฉยเลย!!
ต้องให้เฮียไปขอโทษอากุ๊งถึงบ้านอาแปะ อากุ๊งถึงยอมกลับมาอยู่ด้วย
.....
อากุ๊งชอบให้หลานๆไปเดินเหยียบหลังให้ แต่คนที่ได้รับเลือกส่วนใหญ่จะเป็นอิชั้น
คิดว่าเพราะน้ำหนักกำลังดีล่ะมั๊ง
พอเหยียบจนอากุ๊งสบายได้ที่แล้วอากุ๊งก็จะเล่น"ซิกก้องก๋อ"กับอิชั้น(สำเนียงจีนแคะตามมีตามเกิดเหมือนเดิม)
คืออากุ๊งจะให้อิชั้นนอนคว่ำบนหน้าแข้ง แล้วก็งอเข่าขึ้นๆลงๆ ร้องเพลงเด็กภาษาจีนไปด้วย
แต่ก่อนอิชั้นร้องได้ เดี่ยวนี้ลืมหมดแล้ว แอบนึกเสียดาย
เล่นกับหลานเสร็จไม่พอ อากุ๊งจะหยิบเหรียญในกระปุกหัวเตียงให้อิชั้นไม่5บาทก็10บาท
เป็นรางวัลที่มาเหยียบหลังให้อีกต่างหาก
อิชั้นคิดว่าจริงๆอากุ๊งคงอยากให้หลานไปเล่นด้วย ก็เลยตั้งเงินรางวัลล่อไว้มากกว่า
เพาะอากุ๊งก็แก่แล้ว คงอยากให้หลานๆเล่นด้วยจะได้คลายเหงา
เวลาที่บ้านไปเที่ยวต่างจังหวัด อากุ๊งไม่เคยไปด้วยเลย มีแค่คอนไปไหว้อาม่าที่บ้านบึงเท่านั้นที่อากุ๊งจะไปด้วย
อากุ๊งบอกว่า "ถ้าไหงไม่อยู่บ้านแล้วเกิดมาขโมยมาล่ะ พวกลื้อจะทำยังไง!?!?"
และแล้วอุบัติเหตุที่น่าเศร้าก็มาถึง
วันนั้นอากุ๊งจะไปกินเสี้ยงกับเพือนๆคนจีนด้วยกัน
ตอนที่อากุ๊งกำลังอาบน้ำ อยู่ๆอากุ๊งก็ลื่นล้ม ขาหัก
จนหม่าม๊าผิดสังเกตุว่าทำไมอากุ๊งถึงได้อาบน้ำนาน ก็เลยลุกไปดู แล้วก็เห็นอากุ๊งนั่งแผ่กับพื้น
ลุกไม่ได้ เพราะขาหัก
หลักจานั้นมา พออากุ๊งออกจากโรงพยาบาล อากุ๊งก็ต้องเดินไม้เท้า4ขา
อิชั้นยังจำได้ วันที่เดินไปข้างๆอากุ๊งที่ใช้ไม้เท้า4ขา มองขาของอากุ๊งเดินข้าๆเป็นจังหวะไปรอบบ้าน
อากุ๊งเป็นคนน่ารักมาก ไม่จู้จี้ขี้บ่น กินง่ายอยู่ง่าย ม๊าบอกว่าทำอะไรให้กินก็กิน ไม่เรื่องมากเลย
และที่สำคัญ ไม่รังเกียจลูกสะใภ้คนไทย(แม่อิชั้นเอง)
พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
หม่าม๊าต้องไปทำธุระที่ลำพูน บ้านเกิด นั่งเครื่องบินไปเช้าเย็นกลับ
ไปตั้งแต่อากุ๊งยังไม่ตื่น ...
พอตื่นมาอากุ๊งไม่เห็นหม่าม๊าทำกับข้าว ก็ถามหาใหญ่
จนบ่ายก็ยังถามหากับป๊า ป๊าก็บอกแค่ว่าไม่รู้ไม่รู้ เพราะไม่อยากบอกกุ๊งว่าม๊ากลับบ้านเกิด1วัน
เดี๋ยวอากุ๊งจะคิดว่าม๊าหนีป๊ากลับบ้านเกิด
จน2ทุ่ม หม่าม๊ากลับถึงบ้าน อากุ๊งนอนน้ำตาไหลอยู่ที่ห้อง เพราะเข้าใจว่าลูกสะใภ้ทอดทิ้งแล้ว
พอหม่าม๊ามาถึงป๊าบอกให้ม๊ารีบไปหากุ๊งที่ห้อง ม๊าก็รีบไป
วินาทีที่เห็นหน้าหม่าม๊า ไม่รู้ว่าอากุ๊งโกรธ ดีใจ หรืออะไรก็ตาม ทำให้อากุ๊งรีบยันกายลุกขึ้น
ตั้งท่าจะลุกเดินมาหาหม่าม๊า และแล้ว
วินาทีนั้นเอง ที่เส้นเลือดในสมองของอากุ๊งแตก
วันนั้นทุกคนในบ้านยกเว้นหลานๆ ที่วิ่งวุ่นพาอากุ๊งไปโรงพยาบาล
อากุ๊งพูดไม่ได้ อากุ๊งขยับตัวไม่ได้ อากุ๊งเล่นซิกก้องก๋อกับหลานๆไม่ได้อีกแล้ว
อากุ๊งพาหลานๆไปซื้อของเล่นที่เยาวราชไม่ได้อีกแล้ว
อากุ๊งจูงมือหลานๆไปโรงเรียนไม่ได้อีกแล้ว
ไม่มีอากุ๊งยืนรอหลานๆที่หน้าประตูโรงเรียนอีกแล้ว
อากุ๊งทำได้แค่นอนนิ่งๆ รับอาหารทางสายยาง อยู่ที่โรงพยาบาล
แรกๆหลานๆก็ไม่รู้หรอก ว่าเกิดอะไรขึ้น ม๊าบอกแค่ว่ากุ๊งไม่สบาย เดี๋ยวหายดีก็กลับมาเอง
ใครจะรู้ล่ะ ว่ากุ๊งจะไม่ได้กลับบ้านอีกเลย
4เดือนผ่านไป อากุ๊งจากไปอย่างสงบในโรงพยาบาล
งานศพกุ๊งผ่านไป ร่างของอากุ๊งถูกฝังลงข้างๆอาม่า
อยู่ใกล้ที่ๆอากุ๊งอาม่าเหยียบแผ่นดินไทยเป็นครั้งแรก
และจะนอนอยู่อย่างสงบที่นั่น รอลูกหลานไปเยี่ยมปีละครั้ง
ถ้าปีไหนลูกหลานทำลืม ไม่ไปเยี่ยมอากุ๊งอาม่า
ไม่รู้ว่าท่านจะเสียใจอยู่บนสวรรค์หรือไม่
แต่คงไม่มีวันนั้น ไม่มีวันที่หลานทั้งสามคนจะลืมอากุ๊งที่น่ารักที่สุดได้หรอก
อากุ๊งยังอยู่ในความทรงจำที่เหมือนจะลางเลือน
ตราบจนหมดลมหายใจของหลานคนนี้
..................
*วันนี้อัพบล๊อคไปน้ำตาไหลไป แปลกมั๊ย ทั้งที่ตอนกุ๊งเสียไม่มีน้ำตาซักหยด คงเพราะยังเด็กอยู่
**อัพยาวมาก คิดว่าคงมีไม่กี่คนที่อ่าน ยังไงก็ขอบคุณมากที่แวะเข้ามา
***คิดถึงอากุ๊งจัง น้ำตาทำไมไม่หยุดไหลก็ไม่รู้
ความทรงจำสีจาง - ปาล์มมี่
edit @ 22 Mar 2009 03:01:13 by GroundFloor
edit @ 22 Mar 2009 03:05:05 by GroundFloor
พระศาสดาตรัสไว้ จริงแท้หนอ
เจริญยิ่งในสติปัฏฐาน ฯ
#1 By Dhammasarokikku on 2009-03-22 05:32